Coffee Prince MV

วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Learning Log Week 03

การนำ Gagne และ ADDIE มาประยุกต์ใช้ใน Webquest


Gagne คือ ทฤษฎีขั้นตอนการสอนที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้สูงสุดกับผู้เรียนมีทั้งสิ้น 9 ขั้น
เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับองค์ประกอบของ Webquest แสดงได้ดังนี้


ซึ่งการพัฒนา Webquest ใช้หลักการของ ADDIE โดยมีรายละเอียด ดังนี้
A - ANALYZE ต้องมีการวิเคราะห์วัตถุประสงค์ของบทเรียน กลุ่มเป้าหมาย และสภาพแวดล้อมรวมถึงบริบทต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้
D - DESIGN ออกแบบโครงสร้างเว็บไซต์ สร้าง STORYBOARD การออกแบบในแต่ละหน้าที่นำเสนอ และมีการจัดทำโครงร่าง (Rapid Prototype) ก่อนนำไปใช้จริง
D - DEVELOP เริ่มพัฒนาเว็บเควสโดยใช้เครื่องมือต่างๆ ที่มี ซึ่งการทำงานอาจทำเป็นทีมในกรณีที่การพัฒนาเว็บไซต์มีความซับซ้อน เช่น ทีมกราฟิก ทีตัดต่อ ทีมพัฒนาเว็บ เป็นต้น
I - IMPLEMENT นำผลการพัฒนาได้ไปทดลองใช้กับกลุ่มเป้าหมาย แล้วจึงนำผลการทดลองมาปรับปรุงก่อนนำไปใช้จริง
E - EVALUATION มีการประเมินผลทั้งจากผู้เชี่ยวชาญในเนื้อหาและการพัฒนาเว็บเควส และการประเมินผลจากผู้ที่เข้าใช้บทเรียนว่ามีข้อสงสัยอย่างไร เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปพัฒนาต่อไป

หลักการออกแบบ WBI

ส่วนของเนื้อหา ต้องมีการกำหนดวัตถุประสงค์อย่างชัดเจน มีการเลือกใช้ สี ข้อความ และภาพประกอบที่เหมาะสมกับผู้เรียน มีการใช้หัวข้อใหญ่หัวข้อย่อยอย่างเป็นหมวดหมู่และมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนจะทำให้เข้าใจการใช้งานได้ง่ายมากขึ้น ภาษาที่ใช้ในเนื้อหาต้องเหมาะสมกับกลุ่มผู้เรียน มีการนำสื่อประสมมาใช้ประกอบเพื่อดึงดูดความสนใจ และนำตารางมาใช้เพื่อให้เนื้อหาบางส่วนเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น

ส่วนของกิจกรรม ควรเป็นลักษณะของการผสมผสานกันของกิจกรรมทั้งแบบประสานเวลา (เช่น Chat, Video Conference) และแบบไม่ประสานเวลา (เช่น E-mail, Webboard)

โครงสร้างของเว็บไซต์ (Site Structure)
เป็นการกำหนดแผนผังลำดับเนื้อหา รวมถึงตำแหน่งการวางหน้าเพจ รวมถึงการเชื่อมโยงระหว่างเพจ
โดยแนวคิดการจัดกลุ่มมีทั้งการจัดกลุ่มตามเนื้อหาและการจัดกลุ่มตามผู้ชม

การออกแบบโครงสร้างของเว็บไซต์
1. แบบเรียงลำดับ กล่าวคือ ออกแบบไปทีละหน้า เหมาะกับเว็บไซต์ที่มีเพจไม่มาก
2. แบบระดับชั้น กล่าวคือ มีการจำแนกจากหัวข้อใหญ่เป็นหัวข้อย่อยเป็นลำดับชั้นไป เหมาะกับเว็บไซต์ที่มีเพจจำนวนมาก
3. แบบผสม กล่าวคือ เป็นการผสมทั้งแบบเรียงลำดับและแบบระดับชั้นเพราะบางเนื้อหาที่จำแนกเป็นระดับชั้นอาจมีเนื้อหาบางส่วนต้องการนำเสนอเป็นลำดับ จึงต้องนำรูปแบบทั้งสองมาผสมกัน


การออกแบบโครงร่างหน้าเว็บ
ประกอบด้วยส่วนของ Page Header ที่นิยมใส่ชื่อของเว็บ Nevigation Bar ส่วนเชื่อมโยงไปยังส่วนต่างๆ ของเว็บไซต์ Page Body ส่วนของเนื้อหาหลัก อาจมีตัวนำทางย่อยเพื่อเชื่อมโยงไปยังส่วนที่เกี่ยวข้องได้ และ Page Footer นิยมใส่ชื่อผู้จัดทำ หรือ banner ผู้ให้การสนับสนุน

โดยหลักการออกแบบ เน้นความเรียบง่าย มีความสม่ำเสมอของรูปแบบเพื่อไม่ให้สับสนว่าเปลี่ยนไปเว็บอื่น การเลือกใช้สีให้เหมาะสม ทั้งสีโทนร้อน โทนกลาง และโทนเย็น หรือสีที่ช่วยเสริมสร้างเอกลักษณ์ขององค์กร สามารถเลือก Theme สีได้จาก http://kuler.adobe.com/

เว็บควรมีการออกแบบระบบนำทางที่ดี โดยมีหลักการคือ เข้าถึงง่าย สื่อความหมาย ชัดเจน เข้าใจง่าย มีความสม่ำเสมอ สามารถตอบสนองผู้ใช้ มีจำนวนรายการเหมาะสม มีทางเลือกหลายทาง และมีลิงค์กลับไปโฮมเพจได้ ทั้งนี้รูปแบบของ navigator มีทั้งแบบ Text & Button, Drop Down List, Dynamic Drop Down List, On Mouse Over


สิ่งที่ต้องเตรียมมาสัปดาห์หน้า
เตรียม PowerPoint ที่นำเสนอการออกแบบเว็บเควสในส่วนของ ANALYZE โครงสร้างของเว็บไซต์ และรูปแบบของเว็บเพจ


ข้อคิดเห็นอื่นๆ
วันนี้เรียนด้วยตนเองก็ดีเหมือนกันครับ แต่ก็ทำไปเล่นไป งานเสร็จช้าไปหน่อย แต่ก็เสร็จครับ คำสั่งงานตารางไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร เลยไม่ทราบว่าทำถูกต้องหรือไม่ สำหรับงานเว็บเควส ทำงานคู่ดีกว่าครับเพราะผมไม่ค่อยเก่งการออกแบบเท่าไร งานคงออกมาไม่ดีแน่ถ้าผมทำคนเดียว

วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Learning Log Week 02

WebQuest คืออะไร

WebQuest คือ เว็บไซต์ที่นำมาใช้ในการจัดกิจกรรมเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ในลักษณะของการสืบสอบจากแหล่งเรียนรู้ในเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ผู้สอนได้คัดสรรไว้แล้ว ตกผลึกเป็นชิ้นงาน ซึ่งใช้การประเมินตามสภาพจริง โดยกระบวนการหลักของการสอนมี 5 ขั้นตอน ได้แก่ การนำเข้าสู่บทเรียน การชี้แจงภาระงานทั้งหมด กระบวนการและแหล่งอ้างอิงในการทำงาน การประเมินผล และการสรุปบทเรียน โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. บทนำ เป็นการนำกิจกรรมการเรียนรู้หรือเนื้อหา ที่สามารถกระตุ้นความสนใจให้ผู้เรียนอยากที่จะทำกิจกรรม

2. ภาระงาน ชิ้นงานที่ผู้เรียนต้องบรรลุตามกระบวนการ ควรใช้การเริ่มจากงานเดี่ยว แล้วจึงระดมสมองรวมเป็นกลุ่มเพื่อสร้างชิ้นงาน

3. กระบวนการ บอกให้ทราบรายละเอียดการจัดทำเป็นช่วงๆ เป็นข้อ เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามได้โดยง่าย และนำมาซึ่งผลงาน

4. การประเมินผล ออกแบบการประเมินผลชิ้นงาน โดยแยกตามชิ้นงาน ใช้รูปแบบการประเมินแบบรูบริค

5. การสรุป ควรสรุปให้เห็นถึงส่งที่ได้เรียนรู้จากครั้งนี้ แล้วอาจใช้คำถามทิ้งท้ายกระตุ้นความคิด



ส่วนเพิ่มเติมอื่นที่ควรมี คือ การอ้างอิงรูปภาพ หรือสื่อที่นำมาจากที่อื่น และส่วนของครูผู้สอนที่เราต้องบอกรายละเอียดเพื่อให้ผู้สอนที่สนใจใช้เว็บเราสามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างถูกต้อง



ผลการศึกษา WebQuest

เว็บเควสที่มีจุดเด่น คือ มีองค์ประกอบที่ถูกต้อง ครบถ้วน ตามมโนทัศน์ของเว็บเควส มีการออกแบบกิจกรรมที่เหมาะสมและพัฒนาทักษะของผู้เรียนได้อย่างเต็มที่ มีกราฟิกที่น่าสนใจ มีการแบ่งหัวข้อชัดเจน การใช้สีมีความเหมาะสมในการนำเสนอเนื้อหาบทเรียน อาจมีลูกเล่นอื่นๆ ที่ช่วยทำให้บทเรียนไม่แห้ง



Web 2.0 คืออะไร

เว็บที่มีลักษณะของ dynamic web กล่าวคือ มีการย่อยเนื้อหาเล็กลง มีการกำหนดแท็บเพื่อรวมกลุ่มข้อมูลมากขึ้น มีการอัพเดทเนื้อหาอยู่คลอดเวลา มีแอพลิเคชั่นที่ช่วยให้เว็บน่าสนใจมากขึ้น ผู้เข้าชมสามารถปรับปรุงเนื้อหา และเนื้อหามีลักษณะเปิดเป็นสาธารณะมากขึ้น



แนวทางการนำ Web 2.0 มาใช้ใน WebQuest

นำแอพลิเคชั่นมาประกอบเว็บเควสของเราให้น่าสนใจ เช่น การใช้ YouTube ลิงค์วีดิทัศน์มาประกอบ การใช้ Feed ประกอบเพื่อติดตามการอัพเดทในเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเว็บเควส เป็นต้น หรือการสร้าง Social Networking ในกลุ่มผู้เรียน การส่งงานผ่านการฝากไฟล์ในที่ๆ กำหนด และสามารถให้ผู้เรียนคนอื่นนำไปใช้ได้ ก็จะทำให้เราสามารถติดตามและบริหารการจัดกิจกรรมผ่านเว็บเควสได้ดีขึ้น



ออกแบบ WebQuest ครั้งที่ 1

ชื่อเรื่อง อนาคตของฉันที่ฉันอยากเป็น

ANALYSE : กลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โดยมีวัตถุประสงค์ให้นักเรียนสามารถเขียนเรียงความได้ ครบองค์ประกอบ มีการลำดับเนื้อหาเหมาะสม ใช้ภาษาได้เหมาะสมกับเนื้อหาที่จะเขียน เป็นต้น

DESIGN: กิจกรรมหลักคือการให้ผู้เรียนแต่ละคนศึกษาองค์ประกอบของเรียงความจากแหล่งเรียนรู้ บนอินเทอร์เน็ตที่กำหนดสรุปเป็นแผนผังความคิด (งานชิ้นที่ 1) หลังจากนั้น ให้ศึกษารูปแบบการเขียนแต่ละองค์ประกอบจากตัวอย่างที่ครูเตรียมไว้ และทำกิจกรรมการเขียนแต่ละองค์ประกอบ แล้วให้จับกลุ่มกันวิจารณ์ผลงานของเพื่อนในกลุ่ม คัดเลือกตัวอย่างแต่ละองค์ประกอบที่ดีที่สุดนำเสนอครู (งานชิ้นที่ 2) ครูให้ผลป้อนกลับจาตัวอย่างที่ผู้เรียนคัดเลือกมา แล้วจึงให้ฝึกการวางโครงร่าง โดยศึกษาจากแหล่งเรียนรู้ แล้ววางโครงเรื่องเรียงความ "อนาคตของฉันที่ฉันอยากเป็น" นำเสนอผู้สอนเพื่ออนุมัติโครงเรื่อง (งานชิ้นที่ 3) ปฏิบัติลงมือเขียนเรียงความโดยใช้ความรู้ทั้งจากงานชิ้นที่ 1, 2, 3 แล้วนำส่งครู (งานชิ้นที่ 4) ครูให้ผลป้อนกลับถึงข้อบกพร่องเพื่อให้นักเรียนแก้ไข แล้วนำส่งอีกครั้งเพื่อประเมินให้คะแนนตามเกณฑ์ที่กำหนด

ความคิดเห็นต่อการเรียนการสอนในวันนี้
รู้สึกว่ามีเพื่อนบางคนยังตามไม่ทัน หรือยังมีความสับสนเกี่ยวกับเว็บเควส
ในการบรรยายของ Video Streaming ควรมีตัวอย่างประกอบให้เห็นชัดเจนว่าแต่ละองค์ประกอบมีลักษณะเป็นอย่างไร น่าจะทำให้เกิดมโนทัศน์ของเว็บเควสได้ดีและปฏิบัติกิจรรมได้ถูกต้องมากขึ้น

วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Learning Log Week 01

Learning Log Week 01 (2 พ.ย. 52)


สิ่งที่ได้เรียนรู้

  • วิวัฒนาการของการเรียนทางไกล
  • แบ่งออกเป็น 5 ยุค ด้วยกัน ยุคเริ่มแรกเป็นการเรียนผ่านทางไปรษณีย์ ยุคที่สอง เป็นการเรียนผ่านสื่อวิทยุและโทรทัศน์ ยุคที่สาม ใช้วีดิทัศน์ การสื่อสารดาวเทียม และสายเคเบิล ยุคที่สี่ เป็นการเรียนการสอนผ่านเว็บ บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และยุคที่ห้า คือ การดึงเทคโนโลยีทุกชนิดของอินเทอร์เน็ตเข้ามาใช้ในการจัดการเรียนการสอน

  • องค์ประกอบและแนวโน้มของการเรียนการสอนผ่านเว็บ
    องค์ประกอบหลักของการเรียนการสอนผ่านเว็บ มี 4 ประการ คือ เนื้อหาของบทเรียน ระบบบริหารการเรียน การติดต่อสื่อสารในชั้นเรียน และการวัดประเมินผลการเรียน ซึ่งแต่ละองค์ประกอบหลักก็มีแนวโน้มในการพัฒนาที่น่าสนใจ โดยอิงหลักการของยุคที่ห้า คือ การดึงเทคโนโลยีทุกชนิดเข้ามาใช้ ดังนี้

1. เนิ้อหาของบทเรียน เนื้อหากิจกรรมมุ่งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้สื่อมัลติมีเดียร่วมในการนำเสนอเนื้อหา นำเทคโนโลยีใหม่มาสนับสนุน และมีสื่อเอื้อต่อเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น Streaming paoCast เป็นต้น และรูปแบบเนื้อหาจึงเป็นรูปแบบผสมผสาน (Hybrid Model) ก่อนพัฒนาสู่รูปแบบห้องเรียนเสมือนจรืง (Virtual Classroom)

2. ระบบบริหารการเรียน เน้นให้ผู้เรียนได้พัฒนาการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยผู้สอนผ่านเว็บจะมีระบบคอยติดตามตรวจสอบความก้าวหน้า การเข้าชั้นเรียน และการวัดประเมินผล


3. การติดต่อสื่อสาร ทั้งระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน หรือผู้เรียนกับผู้เรียน จะสามารถสื่อสาร 2 ทาง ทั้งแบบประสานเวลา และไม่ประสานเวลา โดยมีแนวโน้มเป็นการสื่อสารแบบประสานเวลา และสามารถเห็นหน้าของทั้งสองฝ่ายได้


4. การวัดและประเมินผล มีการทดสอบลักษณะต่างๆ การสร้างธนาคารข้อสอบดิจิตอล การประเมินผลเน้นการประเมินตามสภาพจริง เช่น ผลงานหรือชิ้นงาน อันเป็นผลจากการปัจจัยทั้งสามที่พัฒนาร่วมกัน

แนวโน้มอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น การขยายจำนวนที่เพิ่มมากขึ้น กลุ่มผู้ใช้งานขยายสู่ชั้นเรียนภายนอกมหาวิทยาลัย มีการยอมรับรูปแบบการสอนลักษณะนี้มากขึ้น ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐมากขึ้น การออกแบบอย่างเป็นลำดับและเหมาะสมเอื้อต่อการเรียนรู้มากขึ้น


  • Web 2.0 (RSS Feed Gadget ต่างๆ) เป็นคำที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อใช้เรียกเทคโนโลยีและการออกแบบเว็บไซต์ในปัจจุบัน จากเดิมที่มีแต่ตัวหนังสือ และตีพิมพ์เนื้อหาเฉพาะเจ้าของ กลายเป็นสื่อมัลติมีเดีย และมีลักษณะการแบ่งปันข้อมูลผ่านการลิงค์ การฝังตัวบนเว็บ ได้แก่ Gadget ต่างๆ เช่น Youtube และ เมื่อมีการอัพเดทผ่านจุดๆ เดียว ทุกเว็บก็สามารถทราบได้ และอัพเดทได้ เช่นเทคโนโลยี RSS Feed เป็นต้น นั่นแสดงว่าการตีพิมพ์เว็บสามารถทำได้จากหลายที่ ผู้อ่านก็สามารถเขียนข้อความลงได้ เช่น การตั้งกระทู้ หรือการแสดงความเห็น และมีระบบการจัดทำดัชนีข้อมูลเพื่อให้ค้นหาได้ง่ายมากขึ้น

แนวทางในการนำ web 2.0 ไปใช้ในการเรียนการสอนดีอย่างไร?

หากผู้สอนนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ร่วมกับ RSS Feed เพื่ออัพเดทข่าวสารเนื้อหาที่เรียนได้ การนัดหมายการทำกิจกรรมต่างๆ ก็จะทั่วถึงมากขึ้น การตีพิมพ์เพียงหนึ่งครั้งสามารถนำไปใช้ได้หลายครั้ง ทำให้เกิดการกระจายขององค์ความรู้ และสามารถตั้งกระทู้เพื่อให้ผุ้เรียนอภิปราย อันจะขยายขอบเขคของประสบการณ์และความรู้มากยิ่งขึ้น


ความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนการสอนรูปแบบนี้

โดยส่วนตัวของผมคิดว่าดี เพราะผมสามารถทบทวนบทเรียนและทำกิจกรรมได้จากที่บ้าน แต่สิ่งที่ยังเป็นอุปสรรคในการเรียนลักษณะนี้ คือ การควบคุมตนเองให้เอาใจใส่ในบทเรียน และทำกิจกรรมตามที่กำหนดให้ครบถ้วน ก็ต้องเป็นที่ตัวผมแล้วครับที่ต้องปรับให้เข้ากับระบบคงจะเรียนรู้ผ่านสื่อดีๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ